เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยกำลังจะสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้สูงอายุชาวไทย และคาดว่าในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” ซึ่งจะมีผู้สูงอายุ 1 คนต่อประชากรทุก ๆ 5 คน หรือประมาณกว่า 14 ล้านคน และภายในปี 2583 จะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 17 ล้านคน มากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ
คุณภาพชีวิต
สิ่งที่ไห้ความสำคัญที่สุดคือ คุณภาพชีวิตสังคมส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุคนจะมองว่าเป็นภาระต่อตนเองต่อครอบครัวต่อสังคมต่อประเทศชาติซึ่งล้วนแต่จะเป็นภาพลบเป็นช่วงวัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีเอาเสียเลย พลิกวิกฤตของสังคมสูงวัยด้วยดิจิทัล เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากเราจะก้าวข้ามเรื่องผลกระทบของสังคมผู้สูงอายุในเมื่อทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยยุคที่เรียกว่าไทยแลนด์4.0การผลักดันผู้สูงอายุให้เป็นผู้ประกอบการรายใหม่เป็นการพลิกวิกฤตของสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสซึ่งผู้สูงวัยยังพอมีเงินทุนอยู่บ้างซึ่งเป็นข้อได้เปรียบแต่สิ่งที่กลุ่มผู้สูงวัยขาดอยู่คือความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเท่านั้นเอง
ทั้งนี่การเสริมความรู้ด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลจึงจำเป็นซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ประโยชน์และเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานเป็นผู้ประกอบการ อีกทั้งยังทันโลกไม่ตกเป็นเหยื่อมิชฉาชีพ นอกจากนี้ในด้านสุขภาพจิตยังมีส่วนสร้างเสริมกิจกรรมผ่อนคลายอย่างดีและช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางในครอบครัวตั้งแต่รุ่น ปู่ย่า ตายาย จนถึงรุ่นหลานโดยจะเห็นได้จากการติดต่อสื่อสารผ่านช่องออนไลน์ ซึ่งแน่นอนแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ผู้สูงอายุเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพสามารถมีความสุขพึ่งพาตนเองจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้
ที่มา: http://www.scimath.org/article-technology/item/7943-2018-03-20-04-39-55
สรุปโดย นางสาวดิศรินทร์ หมอแก้ว รหัสนิสิต611071162
คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ สาขา การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่
วันที่อ่านและสรุป 4/กันยายน/2561

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น