การอ่านนวนิยาย
ชื่อเรื่อง โคกพระนาง
ผู้แต่ง วิมล ไทรนิ่มนวล
จุดประสงค์ของผู้แต่ง : โคกพระนางมุ่งตีแผ่ให้เห็นความฉ้อฉลการเอารัดเอาเปรียบ การฉกฉวย ของผู้ที่มีโอกาสเหนือกว่าตัวละครในฐานะผู้ถูกกระทำมิได้ท้อแท้สิ้นหวัง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ลุกขึ้นสู้ ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ฉากที่ประทับใจ : เขาจับเหี้ยที่กินไก่เพื่อลงโทษและฆ่ามันแต่ผลสุดท้ายเขาก็ปล่อยมันลงน้ำ
สรุป เรื่องโคกพระนาง
บัวลอย หนุ่ม ผิวคล้ำ
หน้าเหลี่ยมเช่นกันเขามีโคกนาเหมือนกับหลายครอบครัวพอน้ำเริ่มเข้ามาก็เริ่มอพยพสัตว์ไปไว้โดยไม่วิตกอะไรเลยเขามองสายน้ำแล้วคาดว่าปีนี้อยู่ระหว่างลูกผีลูกคนเขามีเมียชื่อเฟื้อฟ้ากำลังท้องจนเฟื้องฟ้าเจ็บท้องคลอดบัวลอบจึงพาไปโรงพยาบาลต้องผ่าคลอดและใช้เงินเยอะบัวลอยเครียดจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าผ่าคลอดจึงไปยืมเงินพระแต่ก็ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับทางวัดร้อยละสิบพอได้เงินบัวลอยกลับบ้านมาหาลูกสาวที่บ้านแล้วบอกลูกว่าจะพาไปตลาดเดชื้อเสื้อผ้าสวยๆและจะพาลูกสาวไปหาแม่หาน้องที่โรงพยาบาลบัวลอยจูงลูกมือขวาเดินเข้าสู้ถนนใหญ่แต่ลูกสาวปล่อยมือจากบัวลอยเพราะเมื่อยแขนและมีรถบรรทุกอีกคันนึงขับมาอย่างเร็วเสียหลักชนลูกสาวของบัวลอยจนร่างกระเด็นบัวลอยตกใจเห็นลูกอยู่ในสภาพเหมือนไม่มีกระดูกบัวลอยตกใจมากไม่คิดว่าจะสูญเสียลูกสาวไปและเงินที่ยืมพระมาก็หายไปตอนไหนไม่รู้เขาไปโรงพักและคุยเรื่องคดีตำรวจบอกจะจัดการให้เรื่องค่าเสียหายเจ้าทุกให้ค่าเสียหายมาสามหมื่นบัวลอยบอกก็ดีจะได้ลดหนี้สินลงบ้างไหนจะค่างานศพลูกค่าผ่าคลอดเมียแล้วบัวลอยก็ลากลับหลาวันต่อมาเมียได้ออกจากโรงพยาบาลและจ่ายค่ารักษาเรียบร้อยแล้วอีกปัญหาคือเงินที่จะชื้อนมให้ลูกกินก็ไม่มีทั้งสองนอนมือก่ายหน้าผากวันรุ่งขึ้นบัวลอยไปที่คอกหมูเพื่อที่จะให้อาหารมันและเห็นว่าเหี้ยกำลังกินไก่ของเขาเขาจึงจับเหี้ยมัดไว้ทันใดนั้นก็เห็นตาผันลงจากเรือกตรงเขามาคุยกับบัวลอยว่าจะล้มหมูสักตัวสองตัวเพราะอาทิตหน้าเจ้าพ่อขามจะมีพิธีไหว้ครูบัวลอยฟังแล้วใจแป้ววทันทีแต่ก็ขดไม่ได้เพราะยังเป็นหนี้และยังต้องพึ่งเจ้าพ่อขามอีกบัวลอยช่วยจับหมูจนเหงื่อท้วมจนลุงผันแล่นเรือออกไปเขาทรุดลงกับพื้นและไปหาเหี้ยที่มัดเอาไว้มันดิ้นรนขัดขืนเขายิ้มนิดๆเขาเหยีบหลังมันไว้และแก้เชือกปล่อยมันลงจากโค้กสู่ผืนน้ำและมองหาว่ามันอยู่ที่ใดจะขึ้นมาขโมยไก่กินอีกไหมและจะโผล่มาในลักษณะไหนเขาก็เห็นมันแล้ว เขารู้แล้วว่าคนธรรมดาอย่างเขาไม่อาจจะแยกตัวออกจากพวกมันไปมีชีวิตอยุ่ตามลำพังได้และเมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับมันเขาก็ต้องพยามรู้เท่าทันมันเท่าๆกับที่ต้องรู้เท่าทันตัวเองเพื่อไม่ให้เผลอไผลผสมโรงไปกับพวกมันและบัวลอยก็เดินกลับที่ที่คอกหมู่นับหมูอีกครั้งราวกับว่าเพิ่งตื่นนอนในเช้าวันใหม่
สรุปโดย นางสาว ดิศรินทร์ หมอแก้ว รหัสนิสิต 611071162
คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่

ชอบเรื่องนี้มาก เพราะเป็นนิยายที่สะท้อนสังคมในปัจจุบันได้ดี เป็นเรื่องอ่านไปทำให้คิดไปกับเรื่องนี้ด้วย
ตอบลบนางสาวพิมชญา เพชรรัตน์ 611031098 คณะศึกษาศาสตร์ เอกเคมี
จากการอ่านเรื่องนี้ ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี เป็นเรื่องที่สะท้อนถึงสังคมในปัจจุบัน
ตอบลบนางสาว ศศิวรรณ ศรีสวัสดิ์
รหัสนิสิต611031549 สาขาวิชาเทคโนโลยีเเละสื่อสารกาศึกษา
จากการที่อ่านเรื่องนี้ ให้ข้อคิดที่ดีและสอนให้ถูกเอารัดเอาเปรียบและการฉกฉวยนั้นผิด และสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม
ตอบลบนางสาวสันวิสา วิชชุรังศรี
611031546
สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
นวนิยายนี้สะท้อนให้เห็นถึงสังคมยุคปัจจุบันได้ดีมาก ซึ่งนวนิยายเรื่องนี้เผยแพร่การฉ้อฉล เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งจะทำให้เป็นการสอนคนยุคใหม่ได้ดี
ตอบลบน.ส.ณัฐติกานต์ มรดกเกษม
รหัสนิสิต611031501
สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วเข้าใจช่วงชีวิตที่ตกอับของคนๆหนึ่งว่าต้องพยายามทำอะไรมากแค่ไหน เป็นการเล่าเรื่องที่ดีเข้าใจเนื้อเรื่อง วิธีการดำเนินเรื่อง แต่การพิมพ์เล่ายังมีคำที่พิมพ์ผิดบ้างเช่น คำว่าบัวลอย แต่พิมพ์เป็นบัวลอบ ทำให้อ่านแล้วเกินความมึนบ้าง
ตอบลบน.ส.สมฤดี รัตนา รหัสนิสิต 611031105
คณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเคมี
นวนิยายเรื่องอ่านและได้เห็ถึงการเอารัดเอาเปรียบของผู้คนและสะท้อนให้เห็นสังคมปัจุบัน
ตอบลบนางสาวอัญชิษฐา รินรส รหัสนิสิต611031567 สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
สามารถสื่อการสะท้อนของสังคมในเนื้อเรื่องได้อย่างดีเยี่ยมอีกทั้งให้ความเพิดเลินในการอาอ่านทำให้ผู้อ่านน่าสนใจและสรุปได้ใจความ
ตอบลบนายอภิสิทธิ์ ดอแนเล๊าะ รหัสนิสิต 611031560 วิชาเอก เทคโนฯ